Life

ปิดเทอมหน้าร้อนปีสุดท้ายของชีวิตนักศึกษามหาลัย ไปญี่ปุ่นมาค่ะ!
ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นประมาณ 60 วันได้
มีหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกเลยล่ะ
กว่าจะผ่านด่านคุณพ่อได้ก็ต้องรอประมาณหนึ่งปี
ถึงจะได้ดำเนินการ ใจเต้นตึกตัก ลุ้นจนวันสุดท้ายที่จะขึ้นเครื่อง
กลัวไม่ได้ไปค่ะ Foot in mouth
 
ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนสอนภาษากับเพื่อนคนไทยอีกคน มีคนจีนเป็นส่วนมาก อยู่ในโรงเรียนแล้วรู้สึกเหมือนเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่เมืองจีน คนจีนเยอะจริง ๆ แต่ก็มีคนชาติอื่นด้วยนะ อย่างในคลาสเราก็มีคนจีน เกาหลี เวียดนาม ฮ่องกง รัสเซีย และตุรกี(แต่สุดท้ายก็ย้ายคลาสไป)
 
จากวันแรกที่ไปมาจนถึงวันนี้ก็จะสามเดือนแล้ว จริง ๆ อยากอัพบล็อคแต่ว่าเน็ตไม่สะดวกอย่างที่คิด
เพราะเราทำไม่เป็นนะ ไม่ใช่ว่าบ้านเมืองเขาไม่ดีอะไร ฮา
 
งั้นขอเล่าด้วยรูปภาพแล้วกันนะคะ
ตั้งชื่อเอนทรี่เสียเหมือนไปตะลอน ๆ จริง ๆ นั่งรถบัสสนามบินรวดเดียว ขออภัยถ้าทำให้เข้าใจผิดนะคะ ฮา
ทุกรูป สามารถคลิกที่รูปเพื่อดูขยายได้ค่ะ เราถ่ายรูปไม่ค่อยเป็น อารมณ์อยากถ่ายก็ถ่าย ภาพเลยไม่ค่อยจะดีนะคะ บางรูปไม่มีโฟกัสด้วยซ้ำ
 
ถ่ายด้วยกล้องพานาโซนิคลูมิกซ์ค่ะ (ไปที่นั่นรอบข้างมีแต่คนใช้ลูมิกซ์ โฮสที่มีกล้องถ่ายรูปเป็นลูมิกซ์หมดเลย)
 
Kansai international airport นะคิดว่า
ออกจากกรุงเทพฯประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 29 มีนา ถึงประมาณเจ็ดโมงเช้าของอีกวันค่ะ
 
 
กระเป๋าว่างหนึ่งใบนะคะ ซึ่งขากลับอัดแน่นไปด้วยการ์ตูน ไว้เอนทรี่หลัง ๆ จะเอารูปมาให้ดูค่ะว่าอัดอะไรมา
 
ว่าก็ว่าเถอะ กระเป๋าใบขวานี่อัดเสื้อผ้าเต็ม แล้วเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้ใส่ทุกชุด
เนื่องจากรูปแบบการใช้ชีวิต ซักผ้าทุกวัน เสื้อสามตัวกางเกงสองก็เหลือเฟือแล้วกับเสื้อโค้ธสักหนึ่งตัว เราเอาโค้ธไปหนึ่ง จัมเปอร์หนึ่ง กันลมหนึ่ง สุดท้ายไปซื้อเสื้อไหมพรมกับกันลมที่นู้น ได้ใช้แค่จัมเปอร์หนึ่งตัว
 
อากาศตอนที่เราไปกลางวันประมาณสิบกว่าองศาซึ่งหนาวสำหรับเราค่ะ เราขี้หนาว ใส่ลอนจอนข้างในแล้วเสื้อทับอีกสองชั้น อ้อ ซากุระยังไม่บานค่ะ แต่ไม่กี่วันที่ไปอยู่ก็บานล่ะ
 
พูดถึงลอนจอน วันนี้ในห้องเรียนอาจารย์บอกว่าตอนอาจารย์ไปก็ใส่ แต่มารู้ทีหลังว่ามีแต่พวกคุณลุงคุณป้าใส่ ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ยอมล่ะ หนาวนี่นา Foot in mouth
 
ป้ายสำหรับรอรถบัสค่ะ ราคาตั๋วจากสนามบินไปโอคายาม่าราคา 4500 เยนค่ะ
จำหน่ายด้วยตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ เลือกเมนูภาษาอังกฤษได้ค่ะ ตอนไปกับเพื่อนไปซื้อ มีฝรั่งถามว่าต้องกดอะไร คือให้เลือกว่าจะเอาใบเสร็จมั้ย ตอนนั้นเราก็งง ๆ เอ๋อ ๆ ไม่รู้ต้องกดอะไร ฝรั่งกดมั่วไปแล้วตั๋วออกมาก็โอเค 
พอเราลองกดดูเลยถึงบางอ้อว่ามันให้ใบเสร็จมาด้วย
ที่ฝรั่งงงเพราะเมนูภาษาญี่ปุ่นนะคะ เราก็ไม่ได้เลือกเมนูภาษาอังกฤษเหมือนกันค่ะ อยากลอง
 
 
มาถึงด่านแรกก็โดนคุณลุงคนยกกระเป๋าขึ้นรถบัสทดสอบสกิลภาษาญี่ปุ่น เขย่าความมั่นใจเล่น
คนบัสเป็นแบบวันแมนนะคะ คือมีคุณคนขับคนเดียวตลอดเส้นทาง มีจอดพักให้เข้าห้องน้ำค่ะ เราขึ้นรถประมาณ สิบเอ็ดโมง ถึงปลายทางก็สามโมงเย็นค่ะ
 
ทีนี้จะมีพวกคุณลุงคอยยกกระเป๋าให้ค่ะ เขาจะพันแผ่นกระดาษไว้ที่กระเป๋าเราแล้วส่งหางมาให้รับตอนลง
รถบัสคันที่เราจะไปจอดให้ลงปลายทาง 3 แห่ง จริง ๆ มันก็ใกล้กัน
 
ด้วยความที่มันมี โอคายาม่าอินเตอร์เชน岡山インター กับ โอคายาม่าเอคินิชิกุจิ岡山駅西口 เราตอบไปแค่โอคายาม่า คุณลุงเลยบอกว่าให้เราพูดให้ชัดเจนว่าจะลงที่ไหน แล้วเรากับเพื่อนตอบไม่เหมือนกัน คุณลุงเลยโวยวายว่าตกลงที่ไหน แบบว่าภาษาคุณลุงฟังยากโคตร ๆ (วันจะกลับโฮสของเพื่อนก็บอกว่า ยากเนอะ บางทีเขาก็ฟังไม่ออกเหมือนกัน)
 
แต่เพราะคุณลุงนั่นแหละ เลยทำให้รู้ว่าเราต้องลงปลายทางสุดท้าย ไม่งั้นอาจจะไปเอ๋อกันบนรถว่าต้องลงที่ไหนก็ได้ ก่อนเราจะขึ้นรถคุณลุงก็บอกว่า ลงสุดท้ายเลยนะ 
 
 
รูปที่ถ่ายได้บนรถค่ะ มีน้อยเพราะหลับ เนื่องจากบนเครื่องเรานอนไม่ได้เลย ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตอีกต่างหาก (โฮสบ้านสุดท้ายของเราบอกว่า ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก มีความกล้าเนอะ ประมาณว่าเราดุ่ย ๆ มาญี่ปุ่นกับเพื่อนอีกคนโดยไม่มีพ่อแม่ แล้วยังเป็นการมาต่างประเทศครั้งแรกอีกต่างหาก)
 
 
ถึงแล้วค่า โอคายาม่าเอคินิชิกุจิ 岡山駅西口 หรือ สถานีโอคายาม่าฝั่งประตูตะวันตกนั่นเอง
 
โอคายาม่าเป็นจังหวัดที่อยู่ระหว่างจังหวัดเฮียวโกะกับจังหวัดฮิโรชิม่าค่ะ มีสะพานเซโตะโอฮาชิข้ามไปยังเกาะชิโกคุได้ ถัดจากเกียวโตและโอซาก้าไปทางด้านซ้ายของแผนที่อีกค่ะ ลองไปเปิดอากู๋ดูนะค้า
 
เป็๋นจังหวัดที่มีภูเขารอบล้อม ตอนนั้นมีพายุเข้าค่ะ จังหวัดข้าง ๆ นี่ลมพัดแรงตัวจะปลิวออกข่าว
แต่โอคายาม่าลมไม่พัดแรงขนาดนั้นค่ะ นอกจากนี้ก็มีภาพของฤดูใบไม้ผลิเป็นเอกลักษณ์ จำไม่ได้ว่าอาจารย์ที่ญี่ปุ่นใช้คำว่าอะไร ถ้านึกออกจะมาอีดิธแก้นะคะ
 
ภาพบรรยากาศค่ะ นี่แมนชั่นแถวโรงเรียน ซึ่งเราพักอยู่บ้านโฮส ไกลโรงเรียนค่อนข้างมาก
ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดี่ยวค่ะ
 
โยจิเอ็น หรือโรงเรียนอนุบาลค่ะ มีโอกาสได้ไปโรงเรียนอนุบาลและเล่นกับเด็กด้วย จะลงภาพเอนทรี่ต่อ ๆ ไปนะคะ อันนี้แถวโรงเรียนค่ะ น่ารักเลยถ่ายมา
 
บรรยากาศในเมืองค่ะ ที่นี่การสัญจรหลักก็จะมีรถไฟ JR รถเมล์ จักรยาน มอเตอร์ไซด์ และรถรางค่า!! ราคา 100 เยนถึง 140 เยนค่ะ รถรางคุณเหมียวนั่นน่ารักจริง ๆ เลย เราต้องขึ้นรถรางทุกวันเพื่อเดินทางไปโรงเรียนค่ะ
 
อยากให้เมืองไทยมีไฟเขียวไฟแดงคนเดินถนนทั่วทุกที่จริง ๆ เลยค่ะ จักรยานก็ข้ามพร้อมคน
ที่นู้นถ้ามีทางม้าลายซึ่งไฟเขียวอยู่ ต่อให้รถวิ่งมาก็ต้องหยุดให้คนเดินก่อน
จะเดินข้ามถนนซอยเล็ก ๆ คนก็เดินได้สบาย ๆ รถจะต้องหยุดค่ะ ขีดเส้นขาวเขียนไว้เลยว่า 止まれ ซึ่งแปลว่าหยุดค่ะ
ถนนทางเดินเขาก็ทำดีไม่สูง ๆ ต่ำ  ๆ จักรยานปั่นบนนี้ได้เลยค่ะ ไม่อันตราย แต่ต้องคอยหลบคนนะคะ
แล้วก็มีทางให้คนตาบอดด้วย
 
ที่เราต้องการไม่ใช่อะไร เพราะที่ไทย ถนนหน้ามหาลัยอันตรายมาก
แล้วก็ไม่มีไฟเขียวไฟแดงให้พวกจักรยานหรือคนข้าม รถก็ขับเร็วไม่เคยมีน้ำใจชะลอกลัวชน
หรือหยุดให้คนข้ามก่อน
 
แถม จำไม่ได้ว่าคือที่ไหน แต่สวยดีเลยถ่าย มีต้นไม้บังอีก ฝีมือถ่ายรูปเรา โอ้ว
 
อาหารฝีมือคนญี่ปุ่นมื้อแรกที่ไปถึงค่ะ อร่อยกว่าบนเครื่องบินเยอะ กินหมดเลยค่า
เป็นอาหารของที่หอข้างโรงเรียนค่ะ ซึ่งคืนแรกเราต้องพักที่นั่นเพราะโฮสไม่สะดวกมารับ
 
 
อร่อยมว๊ากกกกกก หวานช่ำมากค่า จำราคาไม่ได้และ แต่ไม่เกินห้าร้อยเยน
 
จบแล้วค่า เดี๋ยววันอื่นมาอัพต่อค่ะ รูปเยอะมาก ต้องเลือกมาลงค่ะ

เป็ดเน่า!! - バカあひる View my profile